ในช่วงตามรอยบิ๊กไบค์ กับงานเปิดตัวรถมอเตอร์ไซค์รุ่นใหม่ของไทรอัมพ์ ซึ่งมีให้เลือกถึง 2 รุ่น นั้นคือ Triumph Bonneville Speedmaster กับ Bonneville Bobber Black ปี 2017 ซึ่งทั้งสองรุ่นนี้เป็นรถสไตล์คลาสสิคจากอังกฤษ ที่บรรดาสาวกไทรอัมพ์คุ้นเคยกันเป็นอย่างดี จะเป็นอย่างไรเดี่ยวตามเราไปดูกันครับ
เริ่มต้นที่รุ่น “บอนเนวิลล์ บอบเบอร์ แบล็ค” ที่มาในมาดเข้มขึ้น แฝงด้วยความดุดันและแข็งแกร่งขึ้น แต่ยังคงถ่ายทอดตัวตนในแบบบอนเนวิลล์ บอบเบอร์ ไม่ว่าจะเป็น สไตล์คัสตอมพันธุ์แท้ การขับขี่ที่ให้อารมณ์แสนเร้าใจ ตลอดจนเสียงเครื่องยนต์ที่คำรามออกมาจากท่อไอเสียงความกึกก้องเร้าใจที่น่าฟังทีเดียว
เรามาทำความรู้จักกับบอนเนวิลล์ บอบเบอร์ แบล็ค ที่มาพร้อมไฟหน้า LED สไตล์ทรงกลมแต่งขอบด้วยการชุบโครเมียมสีดำ พร้อมไฟเดย์ไลท์แบบเฉพาะตัว ส่วนโช้คหน้าเป็นของ Showa ขนาด 47 มิลลิเมตรคู่กับล้อหน้าแบบซี่ลวดขนาด 16 นิ้วกับยางหน้าของเอวอน คอบบร้า เอวี 71ขนาด 130/90/16 และติดดิสก์เบรกหน้าแบบคู่ที่มีคาลิปเปอร์ 2 ลูกสูบแบบคู่จาก Brembo พร้อมระบบเอบีเอส และจานดิสถ์เบรกขนาด 310 มม.
ขณะที่แฮนด์บังคับเลี้ยวทรงสั้นพ่นสีดำมีคันเร่งแบบไฟฟ้า และมีปุ่มครูซคอนโทรลไว้ควบคุมความเร็วให้คงที่ ซึ่งช่วยให้ขี่สบายเวลาเดินทางไกล ส่วนแผงสวิทช์ด้านขวายังมีปุ่มปรับเปลี่ยนโหมดการขับขี่ ไม่ว่าจะเป็น โหมดการขับขี่บนถนนปกติ และถนนตอนฝนตก โดยมีระบบควบคุมการยึดเกาะถนนแบบปรับได้ ทั้งนี้เพื่อความปลอดภัย ที่สำคัญมีคลัตช์ควบคุมแรงบิดที่ช่วยลดแรงในการบีบคลัตช์ลง เพื่อช่วยป้องกันผู้ขี่จากอาการเหนื่อยล้า รวมถึงระบบป้องกันการโจรกรรมพร้อมอุปกรณ์ส่งสัญญาณที่ติดตั้งไว้ภายในกุญแจ และกระจกมองข้างทรงกลมติดที่ปลายแฮนด์อีกด้วย
และมาที่เรือนไมล์จะเห็นเป็นแบบทรงกลมกับหน้าจออเนกประสงค์ที่สามารถควบคุมได้ง่ายโดยสามารถบอกความเร็วรอบเครื่องยนต์ มาตรวัดระยะทาง สัญญาณตำแหน่งเกียร์ มาตรวัดระยะทาง 2 ทริป และจอแสดงระดับน้ำมันเชื้อเพลิง ,อัตราสิ้นเปลืองน้ำมัน รวมถึงบอกระยะทางที่วิ่งได้จนน้ำมันหมด และถังน้ำมันเชื้อเพลิงที่พ่นสีดำมีความจุ 9.1 ลิตร กับเบาะนั่งแบบเดี่ยวที่ขี่คนเดียวแบบสบาย ๆ
มาดูในส่วนของเครื่องยนต์จะเห็นฝาครอบเครื่องยนต์ ฝาครอบลูกเบี้ยว และฝาครอบสเตอร์ในแบบพาวเดอร์โค้ทสีดำ โดยเครื่องยนต์จะแบบสองสูบเรียงขนาด 1,200 ซีซีแบบซิงโอเวอร์เฮดแคมชาร์ฟ 8 วาล์ว พร้อมระบบระบายความร้อนด้วยน้ำ ที่ให้แรงบิดสูงสุด 106 นิวตันเมตร ที่ 4,000 รอบต่อนาที และพละกำลังสูงสุด 77 แรงม้า ที่ 6,100 รอบต่อนาที พร้อมกับเกียร์ธรรมดาในแบบ 6 สปีด
ในส่วนของท่อไอเสียเป็นแบบตรงพื้นผิวคู่สีดำและท่อเก็บเสียงคู่ทรงเพียชูตเตอร์Peashooter แบบตัดปลายเฉียง และกล่องแคทบ็อกแบบซ่อน รวมถึงแอร์บ็อกซ์ห้องคู่ ซึ่งช่วยให้โทนเสียงมีความหนักแน่นดุดันเร้าอารมณ์ในแบบฮอตโรด ส่วนโช้คหลังเป็นของคายาบ้า แบบเดี่ยวพร้อมคานทด กับล้อหลังแบบซี่ลวด กับยางหลังของเอวอน คอบบร้า เอวี 72 ขนาด 150/80 R16 และติดเบรกหลังแบบดิสก์เบรกเดี่ยวกับคาลิปเปอร์ลูกสูบเดี่ยวของนิสชิน Nissin พร้อมระบบเบรก ABS และจานเบรกขนาด 255 มิลลิเมตร และไฟท้ายทรงรีแบบฝาแดง พร้อมไฟเลี้ยวทรงกลมแบบฝาขาว
สำหรับการตกแต่งในรุ่นนี้จะเน้นในสไตล์สีดำสนิท ซึ่งยังมีอีกหลายจุดไม่ว่าจะเป็นแป้นเบรกและที่พักเท้าสีดำ คันเกียร์ชุบผิวสีดำ เกียร์โยงชุบซิงค์นิเกิล คันเบรกและคลัตช์ชุบผิวสีดำ พร้อมไรเซอร์และแคลมป์ชุบผิวสีดำฐานเบาะแบบลอยตัวสีดำ รวมถึงดุมล้อสีดำด้วย
นอกจากนี้บอนเนวิลล์ บอบเบอร์ แบล็ค ยังเอาใจคนที่ชอบแต่งรถด้วยของแต่งที่มีให้เลือกมากมายกว่า 120 รายการ เพื่อให้สามารถปรับแต่งในสไตล์ที่คุณชอบ ไม่ว่าจะเป็นแฮนด์บังคับเลี้ยว ไฟเลี้ยว LED ขนาดเล็ก และบังโคลนแบบสั้น
มาดูอีกรุ่นสำหรับบอนเนวิลล์ สปีดมาสเตอร์ ซึ่งเป็นมิติใหม่ของรถมอเตอร์ไซค์ตระกูลบอนเนวิลล์สไตล์คัสตอมสุดคลาสสิกแบบฉบับอังกฤษ โดยได้รับการตกแต่งไฟหน้าในแบบนาเซลลี ‘Nacelle’ กับไฟเลี้ยวหน้าทรงกลมฝาขาวติดอยู่ที่กระบอกโช้ค พร้อมโช้คอัพหน้าของคายาบ้า แกนกระบอกขนาด 41 มม. กับดิสก์เบรกหน้าคู่ พร้อมคาลิปเปอร์ 2 ลูกสอบแบบคู่ของ Brembo และจานเบรกคู่ขนาด 310 มม. ส่วนล้อหน้าเป็นแบบซี่ลวดกับยางขนาด 130/90/16
ขณะที่แฮนด์บังคับเลี้ยวกวาดไปด้านหลังสไตล์ Beach Bar โดยมาพร้อมกับคันเร่งไฟฟ้า Ride-by-Wire ที่ล้ำสมัย ซึ่งสามารถส่งพละกำลังได้ทั้งในโหมดขับขี่บนถนน (Road) และโหมดขับขี่ขณะฝนตก ที่สำคัญมีระบบแทคชั่นคอนโทรลที่ช่วยควบคุมการยึดเกาะถนน โดยสามารถเปิด-ปิดได้ พร้อมกับมีคลัตช์ควบคุมแรงบิด รวมถึงระบบควบคุมความเร็วคงที่ Cruise Control แบบกดปุ่มเดียวที่ช่วยในการขับขี่ทางไกลให้สะดวกสบายมากขึ้น แถมยังมีช่องชาร์จไฟ USB
ถัดขึ้นมาที่เรือนไมล์ทรงกลมที่มีมาตรวัดความเร็วแบบอนาล็อก analog และจอในแบบ LCD ที่ควบคุมได้อย่างง่ายดายด้วยปลายนิ้ว ขณะที่ถังน้ำมันเชื้อเพลิงสีดำมาในแบบแกะสลักที่สามารถจุน้ำมันได้ 12 ลิตร และเบาะที่นั่งเป็นแบบเบาะคู่อเนกประสงค์ โดยที่นั่งเดี่ยวสามารถถอดออกได้
มาที่ขุมพลังเครื่องยนต์บอนเนวิลล์ สปีดมาสเตอร์ ขนาด 1200 ซีซี สามารถให้แรงบิดสูงสุดถึง 106 นิวตันเมตร ที่ 4,000 รอบต่อนาที พร้อมกับกำลังสูงสุดที่ 77 แรงม้าที่ 6,100 รอบต่อนาทีกับเกียร์ธรรมดา 6 สปีด โดยที่ครีบเครื่องยนต์กลึงขึ้นรูป และเรือนปีกผีเสื้อคู่สไตล์คาร์บูเรเตอร์ แถมเส้นสายคอท่อที่ดูเรียบง่ายแต่สวยงาม
และเมื่อมาดูที่รูปทรงของโครงท้ายรถได้รับการออกแบบมาอย่างแข็งแรงในแบบของบอบเบอร์ก็ได้ถูกนำมาไว้บนรถคันนี้เช่นกัน พร้อมกับงานตัวถังแบบเรียบง่าย และดุมล้อที่ได้รับแรงบันดาลใจจากดรัมเบรกหลังแบบคลาสสิก ตลอดจนบังโคลนเหล็กพร้อมสันที่ตรงกลาง กับหมุดพักเท้าด้านหน้า รวมถึงบังโคลนหลังแบบยึดตาย
ส่วนโช้คอัพหลังเป็นของคายาบ้าแบบเดี่ยวพร้อมคานทดแรง และล้อหลังมาในแบบซี่ลวดขนาด 16 นิ้วกับยางขนาด 150/80/16 ติดดิสก์เบรกหลังพร้อมคาลิปเปอร์ลูกสูบเดี่ยวจากนิสชิน Nissin และจานเบรกเดี่ยวขนาด 255 มม. ส่วนไฟท้ายเป็นทรงรีให้แสงสว่างชัดเจน พร้อมไฟเลี้ยวทรงกลมแบบฝาขาว
นอกจากนี้บอนเนวิลล์ สปีดมาสเตอร์ ยังสามารถปรับแต่งเพิ่มเติมด้วยชุดแต่งทั้งหมด 2 ชุด โดยชุดแต่ง ‘Highway’ สำหรับทัวริ่ง กับชุดแต่งมาเวอร์ริค ‘Maverick’ สำหรับผู้ที่ขี่ต้องการภาพลักษณ์เรียบง่ายแต่ดุดัน และอุปกรณ์เสริมที่มีให้เลือกมากกว่า 130 รายการ
เป็นอย่างไรกันบ้างครับสำหรับไทรอัมพ์ บอนเนวิลล์ บอบเบอร์ แบล็ค กับไทรอัมพ์บอนเนวิลล์ สปีดมาสเตอร์ ทั้งสองรุ่นถือเป็นรถสไตล์คลาสิค ที่น่าสนใจอีกรุ่นหนึ่งครับ ถ้าสนใจอยากดูแบบใกล้ชิดจริงๆ เรามีให้ดูในงานมอเตอร์เอ็กโปปี 2017 ที่จะถึงนี้ ที่เชื่อว่าใคร ๆที่ไปชมจะต้องชื่นชอบกับรถทั้งสองรุ่นนี้ครับ สำหรับราคาที่ขายอยู่ทั้งสองรุ่นนี้อยู่ที่ 625,000 บาท จะเป็นอย่างไรเดี่ยวเราคงได้ติดตามเรื่องของรถมอเตอร์ไซค์กันต่อไป